ความจริงเรื่อง 7-11

ซีพีชี้แจงว่าร้านค้าซีพีซึ่งมีประมาณ 8,000 สาขานั้นคิดเป็นเพียง 1% ของร้านค้ารายย่อยซึ่งมีประมาณ 8 แสนราย ดังนั้นจึงมิได้เข้าไปแย่งอาชีพของผู้ประกอบการรายย่อยแต่ประการใด ทั้งๆที่ในความเป็นจริง ยอดขายของเซเว่นมีสัดส่วนสูงถึง 93% ของร้านสะดวกซื้อทั้งหมด และยอดขายของซีพีออลล์(รวมเซเว่นและแมคโคร) มีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่ง(หรือมากกว่า)ของตลาดค้าปลีกแบบดั้งเดิมทั้งหมด

ภายใต้กฎหมายการแข่งขันทางการค้านั้น มิได้พิจารณาจำนวนของสาขาแต่ดูมูลค่าของการครอบครองตลาดเป็นสำคัญ จากตัวเลขของบริษัทที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยอดขายของซีพีออลล์ซึ่งรวมรายได้จากร้านเซเว่นและห้างค้าส่งแมคโครนั้นมียอดขายรวมกัน 371,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น สัดส่วนประมาณ 45% ของยอดขายของร้านค้ารายย่อยซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวน 800,000 ราย หาใช่เพียง 1% ดังที่บริษัทชี้แจงไม่

การเปิดสาขาของร้านเซเว่นออกไปอย่างรวดเร็ว ตลอดจนการเจรจาเพื่อซื้อห้างเทสโก้จะทำให้ซีพีมีอิทธิพลเหนือตลาดมากยิ่งขึ้นไปอีก เราจะเห็นร้านค้ารายย่อยซึ่งมีการจ้างงานผู้คนประมาณ 2.3 ล้านคน (ตัวเลขของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) จะต้องล่มสลายไปในเวลาอันรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้ายิ่งกว่าที่เคยเกิดขึ้น ในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา

นอกเหนือจากผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการพื้นที่การตลาดเพื่อวางสินค้าของตนทำได้จำกัดแล้ว ความแตกต่างของซีพีกับค้าปลีกอื่นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศนั้น อยู่ที่ซีพีเป็นผู้ควบคุมการผลิตอาหารยักษ์ใหญ่ ตั้งแต่ต้นทาง ได้แก่เมล็ดพันธุ์ พันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ การมีฟาร์มขนาดใหญ่ของตนเองและการผลิตในระบบพันธสัญญา การมีโรงสี และโรงงานแปรรูปอาหารเพื่อแปรรูปผลผลิตของตน ฯลฯ

ดังนั้น การผูกขาดหรือการมีอำนาจเหนือตลาดในระบบค้าปลีก จะทำให้เกษตรกรรายย่อย และผู้ประกอบการรายย่อยหมดหนทางในการนำผลผลิตและผลิตภัณฑ์เข้ามาสู่ตลาด จนต้องกลายมาเป็นแรงงานรับจ้างของบริษัทในที่สุด

ระบบผูกขาดนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในท้ายที่สุดด้วย เพราะอับจนหนทางในการหาทางเลือกอาหารที่หลากหลาย และมีคุณค่า พวกเราทั้งหลายจะได้รับอาหารที่มาจากระบบการผลิตเชิงเดี่ยวไม่กี่ชนิด ภายใต้แบรนด์หลากหลายที่ เซเว่นเลือกให้ ( 7-Select) แต่ผลิตมาจากวัตถุดิบอย่างเดียวกัน

เรื่องเซเว่นและซีพีไม่ใช่ปัญหาทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นผลพวงของปัญหาทางการเมืองที่สังคมไทยปล่อยให้บรรษัทต่างๆเข้ามาอิทธิพลเหนือพรรคการเมือง รัฐ และสถาบันต่างๆในสังคม โดยปราศจากการตรวจสอบด้วย

เนื้อหา: