อนาคตจีเอ็มโอมืดมน หุุ้นมอนซานโต้ดิ่งเหว

อนาคตจีเอ็มโอช่างมืดมน เมื่อประชาชนในสหรัฐเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการติดฉลากจีเอ็มโอและต่อต้านมอนซานโต้ มูลค่าหุ้นของมอนซานโต้ซึ่งเป็นผู้ผูกขาดเมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอของโลกได้ร่วงลงไปแล้วถึง 26% จากต้นปี และคาดว่าจะดิ่งลงอีกไปจนถึงปลายปีนี้ รายได้จากเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดจีเอ็มโอซึ่งเป็นสินค้าหลักของมอนซานโตตกไป 5% ในรอบ 3 เดือน และรายได้จากการขายสารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งรวมถึง “ราวด์อั๊พ” ลดลง 12 % ทำให้บริษัทประกาศปลดพนักงานออก 2,600 คน คิดเป็นสัดส่วนถึง 12% ของพนักงานทั้งหมด

เมื่อเร็วๆนี้องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้ไกลโฟเสทซึ่งเป็นสารสำคัญในผลิตภัณฑ์ “ราวด์อั๊พ” ของมอนซานโต้เป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็ง พร้อมกับข่าวร้ายสุดๆเมื่อ 16 ประเทศในอียู และอีก 4 พื้นที่ได้ประกาศแบนพืชจีเอ็มโอย่างเป็นทางการ

ในทางตรงกันข้าม กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ(USDA) ได้เปิดเผยผลการสำรวจฟาร์มเกษตรอินทรีย์จำนวน 14,093 ฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน พบว่าฟาร์มเหล่านี้มีรายได้รวมกัน 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 72% เมื่อเทียบกับปี 2008

มอนซานโต้กำลังดิ้นรนเฮือกใหญ่ โดยผลักดันให้รัฐบาลกลางสหรัฐออกกฎหมายสกัดกั้นไม่ให้รัฐต่างๆติดฉลากจีเอ็มโอ เร่งทำความตกลงเอฟทีเอเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบรรษัทยักษ์ใหญ่ พร้อมส่งนักการฑูต ให้การสนับสนุนองค์กรล๊อบบี้ทางนโยบาย ให้ทุนนักวิชาการและสื่อมวลชนในประเทศต่างๆผลักดันให้ประเทศเหล่านั้นยอมรับพืชดัดแปลงพันธุกรรม

รัฐบาลไทยต้องไม่นำประเทศไปสู่ทางตันเหมือนที่มอนซานโต้กำลังเผชิญ !

อ่านข่าวนี้ได้เพิ่มเติมจาก
http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-10-07/monsanto-profit-foreca...

และรายงานผลการสำรวจของกระทรวงเกษตรสหรัฐ
http://www.agcensus.usda.gov/Newsroom/2015/09_17_2015.php

เนื้อหา: