เมินเสียงค้าน ข้อท้วงติงจากสภาพัฒน์/พาณิชย์ต่อพรบ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ

สภาพัฒน์ฯ และกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยราชการสำคัญของประเทศ 2 หน่วยงาน ท้วงติงร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพด้วยถ้อยคำรุนแรงว่า "การส่งเสริมจีเอ็มโอจะเป็นการจำกัดตลาดของไทยให้แคบลง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศและเกษตรกรในทุกมิติ" และ "ที่ผ่านมามีการอนุญาตให้นำเข้ามาทดลองเป็นรายกรณี แต่ก็ยังมีการปนเปื้อนเข้าสู่ระบบนิเวศ ซึ่งจะกระทบต่ออาหาร พืชผลทางการเกษตร ความหลากหลายทางชีวภาพและจะสร้างความเสียหายที่ไม่สามารถประเมินค่าได้" แต่คณะรัฐมนตรีกลับเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แทนที่จะส่งกลับไปให้ทบทวนและปรับปรุง

รัฐบาลที่ไม่ฟังเสียงของประชาชน ไม่ฟังแม้แต่เสียงท้วงติงของหน่วยราชการ แต่กลับออกกฎหมายเพื่อเอื้อเฟื้อประโยชน์ต่อบรรษัทข้ามชาติ ทำลายรากฐานของอธิปไตยและความมั่นคงทางอาหารของประเทศและประชาชนส่วนใหญ่ จะมีอนาคตเช่นไร ?

ขอขอบคุณ "กรีนนิวส์ทีวี" ซึ่งดำเนินการโดย ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม ที่รายงานข่าวนี้โดยละเอียด ในขณะที่สื่อกระแสหลักแทบทั้งหมด นำเอาแค่คำพูดของโฆษกรัฐบาลมารายงานเท่านั้น ตามรายละเอียดข่าวและลิงค์ด้านล่าง

เมินส่วนราชการรุมค้าน "บิ๊กตู่" ลุยไฟผ่านร่างพ.ร.บ.จีเอ็มโอ

ภาพจาก: สารคดี “GMO OMG” โดย Jeremy Seifert

ส่วนราชการแสดงความกังวล ร่าง พ.ร.บ.จีเอ็มโอ สร้างผลกระทบมหาศาล ด้าน ครม.ไฟเขียวเห็นชอบกฎหมายแล้ว หากผ่าน สนช.มีผลบังคับใช้ 1 ปีให้หลัง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2558 มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ. … ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาแล้ว

สำหรับสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จะใช้ดูแลสิ่งมีชีวิตที่มีการตัดต่อ ตัดแต่ง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม หรือผสมผสานสารพันธุกรรมใหม่ ที่ได้จากวิธีการใช้เทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ หรือวิธีการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยสิ่งมีชีวิตทุกชนิดทั้งพืชและสัตว์ แต่ไม่รวมถึงการทดลองสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่เป็นยาสำหรับมนุษย์ หรือสัตว์ตามที่มีกฎหมายเฉพาะควบคุมอยู่

นอกจากนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพ ซึ่งมีปลัด ทส. เป็นประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง 12 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 10 คน มีเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นกรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมมิให้ปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมใดๆ สู่สิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ เว้นแต่สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมดังกล่าวได้ผ่านการควบคุม และทดสอบความปลอดภัยทางชีวภาพภาคสนามแล้ว การประเมินความเสี่ยงอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์หรือสัตว์และได้ขึ้นบัญชีสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมที่สามารถปลดปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมได้แล้ว

ในส่วนของบทลงโทษ กำหนดให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ หากผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานรับผิดชอบตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ และผู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนระวางโทษปรับตั้งแต่ 1 หมื่นบาท ถึง 3 แสนบาท จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี

อย่างไรก็ตาม มีส่วนราชการได้ทำความเห็นประกอบวาระการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยได้แสดงความวิตกกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อาทิ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นว่า ควรบัญญัติให้ชัดเจนในการห้ามมิให้ผลิต นำเข้า หรือส่งออกจีเอ็มโอ เว้นแต่รัฐมนตรีเห็นชอบโดยคณะกรรมการความปลอดภัยฯ จะได้ประกาศยกเว้น

นอกจากนั้น ยังเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เกี่ยวข้องกับนโยบายจีเอ็มโอที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรอินทรีย์ หากส่งเสริมจีเอ็มโอจะเป็นการจำกัดตลาดของไทยให้แคบลง และยังต้องแข่งกับผู้ผลิตที่มีเทคโนโลยีสูง เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศและเกษตรกรในทุกมิติ

สศช. เสนอแนะอีกว่า หากเกิดความเสียหายจากการดำเนินการ ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบและต้องมีมาตรการคุ้มครองระบบเกษตรกร กรณีทำให้เกิดการปนเปื้อนกับเกษตรกร และหากจำเป็นต้องพัฒนาควรเป็นสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร เช่น กล้วยไม้ ปลาสวยงาม และระยะแรกควรทดลองในห้องทอดลองของส่วนราชการก่อน

ทางด้าน กระทรวงพาณิชย์ เสนอความเห็นว่า ที่ผ่านมามีการอนุญาตให้นำเข้ามาทดลองเป็นรายกรณี แต่ก็ยังมีการปนเปื้อนเข้าสู่ระบบนิเวศ ซึ่งจะกระทบต่ออาหาร พืชผลทางการเกษตร ความหลากหลายทางชีวภาพและจะสร้างความเสียหายที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

ขณะเดียวกัน ยังกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยและภาพลักษณ์สินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งปัจจุบันไทยมีนโยบายยกระดับสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการออกกฏหมายลูกจะต้องรัดกุดกุม หรือกำหนดแนวปฏิบัติในการขนย้าย การเก็บรักษา การบรรจุ การปิดฉลาก และการทำเอกสารกำกับ เพราะการบังคับใช้กฎหมายควบคุมจีเอ็มโอทำได้ยากหากไม่มีแนวทางบังคับที่ชัดเจน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างการพิจารณาวาระนี้ ไม่มีเสียงคัดค้านและแสดงความเห็นใดๆ ซึ่งหากกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้กำหนดให้มีผลบังคับใช้ภายหลังประกาศในราชกิจจานะเบกษาไปแล้ว 1 ปี

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบไอโอไทย กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเปิดช่องให้ประเทศคู่ค้าบางประเทศใช้เป็นเหตุผลในการกีดกันทางการค้า มีข้ออ้างไม่รับซื้อพืชพันธุ์ทางการเกษตรของไทย เช่น ข้าวโพดหวาน มะละกอ ฯลฯ และยังทำให้เกิดการผูกขาด เนื่องจากพืชจีเอ็มโอเกือบทั้งหมดในตลาดอยู่ในมือบรรษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท

“จะทำให้ประเทศที่มีฐานความหลากหลายทางชีวภาพ และอาหาร ต้องปลูกพืชที่อยู่ภายใต้สิทธิบัตรของบริษัทยักษ์ใหญ่” นายวิฑูรย์ กล่าว

ลิงค์ข่าว : http://www.greennewstv.com/เมินเสียงส่วนราชการรุม/

 

ประเด็น: 
เนื้อหา: