คำประกาศเจตนารมณ์ : งานมหกรรมพันธุกรรม ปี 2559

ท่ามกลางวิกฤตินานา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เกษตรกรรายย่อยคือกลุ่มประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว  ตั้งแต่ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ราคาผลผลิตตกต่ำ  การประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับนักลงทุน การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการเปิดเสรีการค้าระลอกใหม่อาทิ ความตกลงเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค หรือ ทีพีพี ยังไม่นับรวมภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลความผันผวนของฤดูกาลที่สร้างความเสี่ยงต่อการผลิตของเกษตรกรอย่างหนัก ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งเผชิญหน้าในปัญหาแย่งชิงทรัพยากรมิได้ลดน้อยถอยลงเลย มีแต่จะรุนแรงมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นจากการทวงคืนผืนป่า การขยายสัมปทานเหมืองแร่ต่าง ๆ การเปิดสัมปทานบ่อปิโตรเลียม การแย่งยึดที่ดินจากการขยายตัวของโครงการขนาดใหญ่ การลงทุนขนาดใหญ่ทั้งการเกษตรและอื่นๆ รวมถึงการเร่งผลักดันการเปิดเสรีพืชดัดแปลงทางพันธุกรรม หรือ จีเอ็มโอ ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อความมั่นคงทางพันธุกรรมของเกษตรกรรายย่อยที่เป็นหัวใจของความมั่นคงทางอาหารอย่างร้ายแรง ดังนี้แล้วผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นก็จะกระทบกับทุกคนในสังคม

สิทธิของเกษตรกร ชาวนาชาวไร่และชุมชนท้องถิ่นมีการสืบทอด จัดการผ่านการใช้ประโยชน์ส่งต่อคนรุ่นแล้วรุ่นเล่ารวมถึงการแลกเปลี่ยนพันธุกรรมโดยเสรีระหว่างเกษตรกร การเก็บรักษาพันธุ์ การเก็บคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การคิดค้นนวัตกรรมเครื่องมือการเกษตรที่เหมาะสม การเข้าถึงและจัดการตลาดที่สอดคล้องกับเกษตรกรรายย่อย รวมถึงสิทธิชุมชนที่มีต่อแผ่นดิน สายน้ำ ป่าไม้ นับเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มิอาจล่วงละเมิดได้ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ สิทธิเกษตรกรในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะที่จะส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อวิถีชีวิตของเกษตรกรรายย่อย 

พวกเราในนามเครือข่ายเกษตรกร ชุมชนท้องถิ่น ผู้บริโภคและเพื่อนมิตร มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะมาร่วมกันผนึกกำลังอย่างเข้มแข็งผ่านงาน “มหกรรมพันธุกรรม จากเมล็ดพันธุ์สู่จานข้าว” เพื่อรักษาพันธุกรรมพื้นบ้านให้ปลอดพ้นจากการผูกขาดและครอบงำในทุกรูปแบบ เพราะเราเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ได้โดยเสรีระหว่างเกษตรกร และการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกนั้น คือพื้นฐานแห่งความงอกงามและการรักษาความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพ และเป็นหลักประกันสำหรับอธิปไตยทางด้านอาหารของประชาชนและความอยู่รอดของเกษตรกรรายย่อย พวกเราทั้งหลายที่มารวมกันในวันนี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพวกเราผ่านการทำงานในไร่นา ผ่านงานวิชาการชาวบ้าน โดยตระหนักในศักดิ์ศรีของชาวนาชาวไร่ หลักสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และสมานฉันท์ภาคประชาชนเพื่อต่อต้านการผูกขาดระบบเกษตรกรรมและอาหาร และเพื่อสร้างชีวิตที่ดีของประชาชนทั้งมวล  

พวกเราจึงขอประกาศว่า พวกเราจะคงยืนหยัดปฏิบัติการในผืนนา ไร่ สวน ชุมชนของพวกเราอย่างไม่หยุดยั้ง และจะประสานความร่วมมือเป็นเครือข่ายกับกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม ทั้งในท้องถิ่นและระดับชาติ พร้อมทั้งจะร่วมกับประชาชนทั้งหลายในสังคมหยุดยั้งนโยบาย กฎหมาย และมาตรการทั้งหลายที่จะทำให้เกิดการผูกขาดครอบงำระบบเกษตรกรรมและอธิปไตยทางอาหารอย่างเต็มกำลัง 

ด้วยความสมานฉันท์ประชาชนทั้งมวล เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ นักวิชาการ หน่วยงานราชการ และนักกิจกรรมทางสังคม ประชาสังคมต่าง ๆ ไชโย ไชโย ไชโย

 
ประกาศ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 ณ บึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น
 

ประกาศเจตนารมณ์ : งานมหกรรมพันธุกรรม ปี ๒๕๕๙โดยตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก และภาคี- นายอาภา เครื่องเงิน เกษตรกร อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่- นางณฐา ชัยเพชร เกษตรกร อ.เทพา จ.สงขลา- นายอุบล อยู่หว้า เกษตรกร อ.ค้อวัง จ.ยโสธร.ท่ามกลางวิกฤตินานา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน เกษตรกรรายย่อยคือกลุ่มประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว ตั้งแต่ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ราคาผลผลิตตกต่ำ การประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับนักลงทุน การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการเปิดเสรีการค้าระลอกใหม่อาทิ ความตกลงเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค หรือ ทีพีพี ยังไม่นับรวมภาวการณ์เปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลความผันผวนของฤดูกาลที่สร้างความเสี่ยงต่อการผลิตของเกษตรกรอย่างหนัก ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งเผชิญหน้าในปัญหาแย่งชิงทรัพยากรมิได้ลดน้อยถอยลงเลย มีแต่จะรุนแรงมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นจากการทวงคืนผืนป่า การขยายสัมปทานเหมืองแร่ต่าง ๆ การเปิดสัมปทานบ่อปิโตรเลียม การแย่งยึดที่ดินจากการขยายตัวของโครงการขนาดใหญ่ การลงทุนขนาดใหญ่ทั้งการเกษตรและอื่นๆ รวมถึงการเร่งผลักดันการเปิดเสรีพืชดัดแปลงทางพันธุกรรม หรือ จีเอ็มโอ ทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อความมั่นคงทางพันธุกรรมของเกษตรกรรายย่อยที่เป็นหัวใจของความมั่นคงทางอาหารอย่างร้ายแรง ดังนี้แล้วผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นก็จะกระทบกับทุกคนในสังคมสิทธิของเกษตรกร ชาวนาชาวไร่และชุมชนท้องถิ่นมีการสืบทอด จัดการผ่านการใช้ประโยชน์ส่งต่อคนรุ่นแล้วรุ่นเล่ารวมถึงการแลกเปลี่ยนพันธุกรรมโดยเสรีระหว่างเกษตรกร การเก็บรักษาพันธุ์ การเก็บคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การคิดค้นนวัตกรรมเครื่องมือการเกษตรที่เหมาะสม การเข้าถึงและจัดการตลาดที่สอดคล้องกับเกษตรกรรายย่อย รวมถึงสิทธิชุมชนที่มีต่อแผ่นดิน สายน้ำ ป่าไม้ นับเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มิอาจล่วงละเมิดได้ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ สิทธิเกษตรกรในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะที่จะส่งผลกระทบอย่างสำคัญต่อวิถีชีวิตของเกษตรกรรายย่อย พวกเราในนามเครือข่ายเกษตรกร ชุมชนท้องถิ่น ผู้บริโภคและเพื่อนมิตร มีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะมาร่วมกันผนึกกำลังอย่างเข้มแข็งผ่านงาน “มหกรรมพันธุกรรม จากเมล็ดพันธุ์สู่จานข้าว” เพื่อรักษาพันธุกรรมพื้นบ้านให้ปลอดพ้นจากการผูกขาดและครอบงำในทุกรูปแบบ เพราะเราเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ได้โดยเสรีระหว่างเกษตรกร และการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกนั้น คือพื้นฐานแห่งความงอกงามและการรักษาความหลากหลายของทรัพยากรชีวภาพ และเป็นหลักประกันสำหรับอธิปไตยทางด้านอาหารของประชาชนและความอยู่รอดของเกษตรกรรายย่อย พวกเราทั้งหลายที่มารวมกันในวันนี้ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพวกเราผ่านการทำงานในไร่นา ผ่านงานวิชาการชาวบ้าน โดยตระหนักในศักดิ์ศรีของชาวนาชาวไร่ หลักสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และสมานฉันท์ภาคประชาชนเพื่อต่อต้านการผูกขาดระบบเกษตรกรรมและอาหาร และเพื่อสร้างชีวิตที่ดีของประชาชนทั้งมวล .พวกเราจึงขอประกาศว่า พวกเราจะคงยืนหยัดปฏิบัติการในผืนนา ไร่ สวน ชุมชนของพวกเราอย่างไม่หยุดยั้ง และจะประสานความร่วมมือเป็นเครือข่ายกับกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม ทั้งในท้องถิ่นและระดับชาติ พร้อมทั้งจะร่วมกับประชาชนทั้งหลายในสังคมหยุดยั้งนโยบาย กฎหมาย และมาตรการทั้งหลายที่จะทำให้เกิดการผูกขาดครอบงำระบบเกษตรกรรมและอธิปไตยทางอาหารอย่างเต็มกำลัง ด้วยความสมานฉันท์ประชาชนทั้งมวล เกษตรกร ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ นักวิชาการ หน่วยงานราชการ และนักกิจกรรมทางสังคม ประชาสังคมต่าง ๆ ไชโย ไชโย ไชโย.ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ณ บึงแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น.#จากเมล็ดพันธุ์สู่จานข้าว

Posted by ทำเป็นทำเกษตร on 1 มีนาคม 2016

ประเด็น: 
เนื้อหา: