สิทธิบัตรยีน

ยีนจดสิทธิบัตรได้หรือไม่?

ถ้าคำตอบคือ ไม่ได้ แล้วผู้ตอบจะรู้สึกอย่างไร ถ้าทราบว่า ถึงปัจจุบันมีการจดสิทธิบัตรยีนในบางประเทศแล้วหลายพันชนิด คิดเป็นประมาณ 20% ของยีนทั้งหมดในร่างกายมนุษย์ ที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นยีน!

เดือนพ.ค. 2009 มีคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการจดสิทธิบัตรยีนในสหรัฐ กำลังอยู่ในความสนใจของคนทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ บริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ และประชาชนทั่วไป

ผู้ฟ้อง คือ กลุ่มแนวร่วม ประกอบด้วย ผู้หญิงอเมริกันจำนวน 6 คน ร่วมกับสหภาพ ACLU (American Civil Liberties Union) และองค์กรตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐ จำนวน 1.5 แสนคน

ผู้ถูกฟ้อง คือ บริษัท Myriad Genetics (อยู่ที่ยูทาห์) ผู้ถือสิทธิบัตรยีนหลายชนิด และสำนักงานจดสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐ (U.S. Patent And Trademark Office)

ข้อเรียกร้อง : ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนสิทธิบัตรยีนที่บริษัทได้รับ และสำนักงานไม่มีสิทธิอนุญาตให้จดสิทธิบัตรยีนได้ เนื่องจากยีนเป็น ?ผลิตผลของธรรมชาติ? ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา จึงไม่เข้าข่ายสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่จะจดสิทธิบัตรได้

***********

คดีนี้มีที่มาจาก 1 ใน 6 ผู้หญิงอเมริกันที่เป็นฝ่ายผู้ฟ้อง คือ ลิซเบท ซีเรียนี เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งหน้าอก จึงต้องการจะตรวจเลือดเพื่อทดสอบดูว่าในตัวเธอมี ยีน BRCA1 และ BRCA2 หรือไม่ เพราะถ้าเธอมียีนตัวนี้ตัวใดตัวหนึ่ง เธอก็จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมดลูกเพิ่มขึ้นถึง 50% โดยที่เธอตั้งใจว่า ถ้าเธอมียีนเสี่ยงต่อมะเร็งดังกล่าว เธอก็จะให้แพทย์ผ่าตัดมดลูกของเธอออก...

แต่ปัญหาก็เกิดขึ้น เพราะวิธีทดสอบหายีน BRCA1 และ BRCA2 มีบริษัท Myriad เป็นเจ้าของสิทธิบัตร ทางบริษัทบอกเธอว่า เธอจะต้องจ่ายค่าตรวจหายีนเสี่ยงดังกล่าวเอง เป็นเงิน 3,000 เหรียญสหรัฐ เพราะกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่คุ้มครองถึงการตรวจยีนที่บริษัทถือสิทธิบัตร

จากปัญหากับบริษัท Myriad ซีเรียนีจึงร่วมกับผู้หญิงอีก 5 คน ซึ่งมีปัญหาเช่นเดียวกับเธอ จับมือกับสหภาพ ACLU และองค์กรวิชาชีพวิทยาศาสตร์ ฟ้องร้องต่อศาล

***********

สำหรับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก ไม่อนุญาตให้จดสิทธิบัตรเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต รวมไปถึงความรู้เกี่ยวกับกระบวนการต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตได้ สำหรับในสหรัฐ แต่เดิมมาก็เป็นดังประเทศส่วนใหญ่ จนกระทั่งเกิดกรณี การจดสิทธิบัตรแบคทีเรีย ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาให้สามารถกำจัดคราบน้ำมันได้ เมื่อปีค.ศ. 1980 โดย สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐ เป็นฝ่ายแพ้ในชั้นศาลฎีกา ต้องออกสิทธิบัตรแบคทีเรียกำจัดน้ำมันให้กับผู้ขอ (เป็นนักพันธุวิศวกรรมประจำอยู่กับบริษัท เจเนอรัล อีเลคทริค หรือ จีอี)

หลังจากนั้นมาก็มีการออกสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิตหลายชนิด โดยหลักการใหญ่ที่สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐยึด คือ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นเอง หรือดำรงอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ ก็จดสิทธิบัตรไม่ได้ แต่ถ้าสิ่งนั้นถูกแยกออกจากที่อยู่เดิม แล้วมีการค้นพบกระบวนการหรือองค์ความรู้ที่สิ่งนั้น สามารถทำได้นอกที่อยู่อย่างเป็นธรรมชาติ ก็จดสิทธิบัตรได้

ดังนั้น กรณีของยีน ถ้าเฉพาะคุณสมบัติที่ยีนต่างๆ มีอยู่ หรือทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ยังอยู่เป็นส่วนหนึ่งของโครโมโซม ดังเช่นความรู้เกี่ยวกับยีนต่างๆ ที่ค้นพบจาก โครงการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ หรือ Human Genome Project ที่สำเร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 2003 ประกาศเป็นองค์ความรู้เปิดเผยแก่สาธารณชนทั่วโลก ก็จดสิทธิบัตรไม่ได้

แต่ถ้าเป็นยีนที่ถูกแยกออกจากที่อยู่เดิม แล้วมีการค้นพบหรือการถูกพัฒนาให้สามารถทำงานบางอย่างได้ ความสามารถนั้นๆ ก็จดสิทธิบัตรได้...

กรณีของยีน BRCA ที่บริษัท Myriad ถือสิทธิบัตรอยู่ เป็นสิทธิบัตรสำหรับการทดสอบเกี่ยวกับยีน BRCA ที่จะบอกกับผู้ได้รับการทดสอบว่า ตนมียีนเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมดลูกหรือไม่

***************

คดีการฟ้องร้องเกี่ยวกับสิทธิบัตรยีนครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกในสหรัฐ และถ้าดูตามผลการฟ้องร้องที่ผ่านมา ฝ่ายโจทก์ก็ดูจะมีความหวังไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่แล้วบริษัทผู้ถือสิทธิบัตรเป็นฝ่ายชนะ

สำหรับการถูกฟ้องร้องครั้งนี้ บริษัท Myriad ก็มั่นใจว่าจะเป็นฝ่ายชนะ แต่คดีความครั้งนี้ได้รับความสนใจจากวงการต่างๆ มากเป็นพิเศษ ก็เพราะการรวมกำลังของฝ่ายโจทก์ ที่มีสหภาพและองค์กรวิทยาศาสตร์ร่วมเป็นหลักใหญ่อยู่ด้วย ส่วนแนวทางการต่อสู้นอกเหนือไปจากข้อกล่าวหาหลักที่ยืนยันว่า ยีนเป็น ?ผลิตภัณฑ์ของธรรมชาติ? ฝ่ายโจทก์ก็จะเน้นการต่อสู้ ชี้ให้เห็นว่า การจดสิทธิบัตรยีนได้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาวิจัยยีนที่มีสิทธิบัตรของนัก วิทยาศาสตร์ เพราะจะต้องขออนุญาต หรือต้องจ่ายค่าสิทธิบัตร และทางฝ่ายบริษัทก็ฉวยโอกาสตั้งราคาเรียกจากผู้คนที่ต้องใช้ผล หรือใช้บริการในการทดสอบผลเกี่ยวกับยีนที่ถือสิทธิบัตรได้ตามใจชอบ

ถ้าผลการฟ้องร้องที่ผ่านมาส่วนใหญ่ฝ่ายบริษัทผู้ถือสิทธิบัตรยีนเป็นฝ่ายชนะ แล้วในครั้งนี้ล่ะ?

ฝ่ายโจทก์ ก็หวังว่า ผลสุดท้ายจะออกมาแตกต่างจากที่เคยเป็นมา เพราะจริงๆ แล้วกรณีผลการตัดสินของศาลฎีกาเกี่ยวกับสิทธิบัตรแบคทีเรียกำจัดคราบน้ำมัน นั้น ก็ไม่เป็นเอกฉันท์...

กล่าวคือ ฝ่ายชนะก็ชนะด้วยเสียงของผู้พิพากษาศาลฎีกาอย่างหวุดหวิด คือ 5 ต่อ 4 เสียงเท่านั้น!

เนื้อหา: