ไอเอ็นเอ็น

เพลี้ยแป้งบุกบุรีรัมย์ไร่มันเสียหาย80ล.

Submitted by info on 14 มิ.ย. 2010

บุรีรัมย์ ประกาศ 11 อำเภอ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ หลัง เพลี้ยแป้งระบาด ไร่มันสำปะหลัง เสียหายกว่า 1 แสนไร่ มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท วอนรัฐ ยื่นมือช่วยเหลือ

ภายหลังเพลี้ยแป้งระบาด กระจายเป็นวงกว้าง ในหลายพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ ล่าสุด ทางจังหวัดได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว 17 อำเภอ สร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับเกษตรกร กว่า 130,000 ไร่ ใน 14 อำเภอ คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย กว่า 80 ล้านบาท จากพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง ทั้งจังหวัดกว่า 288,000 ไร่ โดยอำเภอที่ระบาดมากที่สุด คือ อำเภอประคำ โนนสุวรรณ หนองกี่ บ้านกรวด ละหานทราย โนนดินแดง สตึก และ อำเภอคูเมือง

ด้านเกษตรกร เรียกร้องให้รัฐชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ หรือ พักชำระหนี้ให้กับเกษตรกร จัดหาพันธุ์ที่มีคุณภาพและชดเชยค่าเสียหาย และค่าเสียโอกาสให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ แนะนำให้เกษตรกร ควรเด็ดยอดมันออก ไม่ให้ระบาดลุกลามไปสู่ต้นอื่น พร้อมแนะนำวิธีการปราบศัตรูพืชตามธรรมชาติให้ถูกวิธี จะสามารถลดการแพร่ระบาดและลดพื้นที่เสียหายจากเพลี้ยแป้งได้ในระดับหนึ่ง

อลงกรณ์เตรียมไปหารือการค้าไทย-สหรัฐ

Submitted by info on 27 ม.ค. 2010

รัฐมนตรีช่วยฯ พาณิชย์เผยต้นเดือน ก.พ. จะเดินทางเยือสหรัฐฯ เพื่อหารือประเด็นการค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 31 มกราคม-5 กุมภาพันธ์ 2553 ตนจะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเดินทางเยือนสหรั เพื่อพบปะหารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR เกี่ยวกับประเด็นการค้าระหว่างประเทศระหว่างไทยกับสหรัฐ ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องของการจัดทำเขตการค้าเสรีหรือ FTA ไทยสหรัฐว่าจะมีการเจรจาหรือไๆม่ หลังจากสหรัฐได้เจรจากับบางประเทศในอาเซียนแล้วในเรื่องการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญา หรือ PWL ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนในประเทศไทย โดยเชื่อว่าภายในปีนี้ สหรัฐจะถอดประเทศไทยจากการเป็นประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษจากการดำเนิน มาตรการอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จากสถิติสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่ในต้นเดือนมกราคมถึงตุลาคม ปี 2552 มีคดีที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิจำนวน 6,731 คดี ยึดของกลางกว่า 5,000,000 ชิ้น

เขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนจะเริ่มมีผล1ม.ค.

Submitted by info on 31 ธ.ค. 2009

เขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลกระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน และ จีนจะเริ่มมีผลบังคับ 1 ม.ค.นี้

ข้อตกลงกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน-จีน ที่ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 กำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะทำให้มีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าสหภาพยุโรปและ เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือในแง่ของมูลค่าการค้าและจำนวนประชากรในตลาด โดยจะมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศรวมกันมากที่สุดถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และมีประชาชนมากถึง 1,900 ล้านคน

ภายใต้ข้อตกลงนี้ จีนและ 6 ชาติผู้ก่อตั้งอาเซียนได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และไทย จะกำจัดอุปสรรคต่อการลงทุนและกำแพงภาษีสำหรับสินค้าราว 7,000 รายการหรือ 90% ของสินค้าส่งออกทั้งหมด ส่วนชาติสมาชิกที่เหลือจะมีเวลาจนถึงปี 2558 ที่จะปฏิบัติตามข้อตกลง จีนจะลดภาษีให้กับสินค้าอาเซียนเหลือเพียง 0.1% จากเดิม 9.8% ขณะที่ชาติอาเซียนเก็บภาษีจากสินค้าจีนลดลงเฉลี่ยเหลือ 0.6% จากเดิม 12.8% สำหรับภาคธุรกิจที่คาดว่าจะได้ผลประโยชน์มากที่สุดจากข้อตกลงนี้ ได้แก่ ภาคบริการ การก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน และการผลิต

แต่ข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีนได้สร้างความกังวลและความไม่พอใจของภาค เอกชนในบางประเทศ เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันกันเองมากยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมบางประเทศ เช่น สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ รองเท้า และรถยนต์ เพราะผู้ผลิตจีนมีความได้เปรียบด้านต้นทุน ทำให้ชาติอาเซียนอาจต้องสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งจากจีน นอกจากนี้ในบางประเทศมีความวิตกว่าอาจเกิดปัญหาการว่างงาน และอยากให้ชะลอการบังคับใช้ข้อตกลงการค้าเสรีออกไปก่อน

นายก รัฐมนตรี เผย รัฐบาลได้ดำเนินการตาม พรบ.จัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติไปแล้ว...

Submitted by info on 09 พ.ย. 2009

นายก รัฐมนตรี เผย รัฐบาลได้ดำเนินการตาม พรบ.จัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติไปแล้ว จำนวน ร้อยละ 70 ถึง80 ชี้ ส.ส. ให้ความสำคัญกับเกษตรกร

ไอเอ็นเอ็น 8 พ.ย. 52

NGO-เอเปค

Submitted by info on 16 ต.ค. 2003

ท่าทีของ เอ็นจีโอ.กลุ่มต่างๆไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนนท. เครือข่ายเกษตรกรภาคอีสาน นักวิชาการ อย่าง นายใจ อึ๊งภากรณ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ยืนยันแน่นอนแล้วว่า จะออกมาเคลื่อนไหว ด้วยการชุมนุมเดินขบวนต่อต้านการกระทำ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ในการทำสงครามอิรัก ของประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะเดินทางมาร่วมในการประชุมเอเปค ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ในห้วงวันที่ 19 ตุลาคมนี้ บริเวณ สถานฑูตสหรัฐอเมริกา ถือว่าสร้างความหนักใจให้กับรัฐบาลพอสมควร โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชิณวัตร นายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ ผู้นำสหรัฐเดินทางมาร่วมการประชุมครั้งนี้ มากถึงมากที่สุด

ชิมรางเป็นอันดับแรกให้รัฐบาล ภายใต้คำสั่งเข้มด้านความปลอดภัยและความเรียบร้อยในการจัดการประชุมเอเปคครั้งนี้เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ การชุมนุมเคลื่อนไหวใหญ่ของม็อบเกษตรกรสวนปาล์ม ที่ จ.ชุมพร ซึ่งลุกลามมายังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่ามกลางข่าว เจ้าหน้าที่เตรียมใช้กำลังตำรวจกว่า 2,000 นาย เข้าทำการสลายการชุมนุม

มีความกังวลจากหลายฝ่ายที่รับผิดชอบดูแลด้านความมั่นคง การควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุม ว่า ประเด็นดังกล่าวอาจบานปลายขยาย เข้ามายังใจกลางประเทศ อย่างกรุงเทพ สถานที่จัดการประชุมเอเปค ที่ทำให้ยากต่อการควบคุมดูแลความปลอดภัย ของบรรดาผู้นำ

อดิศัยนำร่องหารือทวิภาคีด้านการค้าการลงทุนกลุ่มเอเปก

Submitted by info on 16 ต.ค. 2003

อดิศัย-สุรเกียรติ์ เตรียมหารือทวิภาคีด้านการค้า การลงทุน กับหลายประเทศ

ก่อนที่การประชุมเอเปก 2003 จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ในวันนี้นายอดิศัย โพธารามิก รมว.พาณิชย์ และนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รมว.ต่างประเทศ จะใช้เวทีที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก 2003 เจรจาการค้าแบบทวิภาคีกับประเทศต่างๆ เพื่อติดตามความคืบหน้าในความร่วมมือด้านการค้า การลงทุนระหว่างกัน โดยนายอดิศัย โพธารามิก จะเจรจากับผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกา ในบ่ายวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าในความตกลงด้านการค้า และการลงทุน โดยเฉพาะประเด็นที่สหรัฐต้องการให้ไทยแก้ไขในเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และศุลกากร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้นำของไทยและสหรัฐแถลงถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาเขตการค้าเสรี

นอกจากนี้นายอดิศัย ยังเตรียมหารือกับรัฐมนตรีของออสเตรเลีย เกี่ยวกับความตกลงว่าด้วยความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการลดภาษีให้เหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และการกำหนดหลักเกณฑ์แหล่งกำเนิดสินค้า รวมทั้งการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องมาตรการสุขอนามัย และการเปิดเสรีทางการค้า การลงทุนใหม่

ทางด้านนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย จะหารือแบบทวิภาคีกับรัฐมนตรีของเวียดนามเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร และจะหารือกับรัฐมนตรีชิลี เกี่ยวกับการเตรียมการจัดประชุมเอเปกในครั้งต่อไป

Syndicate content