จากการศึกษาทางพันธุศาสตร์ พืชร่วมที่เป็นบรรพบุรุษของพริกชนิดต่างๆที่พบในโลกนั้นน่าจะเกิดขึ้นมาเมื่อ 16.8 ล้านปีก่อน ในช่วงเดียวกันกับที่ทวีปอเมริกาใต้และอเมริกาเหนือเคลื่อนมาเชื่อมกลายเป็นสองทวีปติดต่อกัน

ความหลากหลายของพืชในสกุลพริก (capsicum spp.) นั้น พบว่ามีมากถึง 20-27 ชนิด โดยศูนย์กลางแหล่งกำเนิดและความหลากหลายอยู่ในบริเวณอเมริกากลางและอเมริกาใต้

พบหลักฐานเก่าแก่มากกว่า 8,500 ปีของพริกในหลักฐานทางโบราณคดีในถ้ำที่เม็กซิโกและเปรู และหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการนำพริกมาปลูกและใช้เป็นอาหารนับตั้งแต่ 6,100 ปีก่อนบริเวณที่ตั้งของประเทศเอกวาดอร์ในปัจจุบัน และยังพบการปลูกพริกกระจายอยู่ในพื้นที่่หลายแห่งกระจายอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว เช่น

1) เม็กซิโกและตอนเหนือของอเมริกากลาง (พบพริกชนิด C. annuum และ C. baccatum)
2) ภูมิภาคแคริบเบียน (C. frutescens)
3) ที่ราบลุ่มโบลิเวีย (C. baccatum)
4) ตอนเหนือของอเมซอน (C. chinense)
5) ตอนใต้ของเทือกเขาแอนดีส (C. pubescens)

อย่างไรก็ตามชนิดของพริกที่ปลูกเป็นแพร่หลายมากที่สุดมีเพียง 5 ชนิด ได้แก่

1) Capsicum annuum เป็นพริกที่ปลูกแพร่หลายมากที่สุด รวมทั้งที่พบทั่วไปในประเทศไทย เช่น พริกจินดา พริกบางช้าง ฯลฯ ด้วย
2) Capsicum frutescens ปลูกรองลงมา ได้แก่ malagueta , tabasco , piri piri รวมทั้ง พริกขี้หนูผลเล็กของไทย
3) Capsicum chinense รวมถึงพริกที่มีความเผ็ดร้อนรุนแรง เช่น naga , habanero , Datil และ Scotch bonnet
4) Capsicum pubescens เช่น พริก rocoto ของอเมริกาใต้
5) Capsicum baccatum เช่น พริก Ají amarillo ที่ปลูกในแถบอเมริกาใต้

พริกเป็นที่รู้จักนอกทวีปอเมริกาโดยคริสโตเฟอร์โคลัมบัส โดยนำไปจากแคริบเบียนจากการเดินเรือพบทวีปใหม่ครั้งแรกในปี 1492 Diego Álvarez Chanca แพทย์ซึ่งร่วมเดินทางร่วมกับโคลัมบัสในครั้งที่สองในปี 1493 เป็นผู้นำพริกชนิดแรกมาปลูกที่สเปน โดยการปลูกครั้งแรกๆนั้นเป็นการปลูกในพื้นที่สวนของโบสถ์ต่างๆทั้งในสเปนและโปรตุเกส รวมทั้งกระจายไปปลูกในหมู่ชนชั้นสูง ส่วนใหญ่ปลูกเป็นไม้ประดับและเป็นยาสมุนไพร

นักประวัติศาสตร์อาหารพบว่า กว่าพริกแพร่กระจายในยุโรปและถูกนำไปใช้เป็นอาหารอย่างแพร่หลายนั้นกินเวลานานหลังจากที่ปลูกเป็นครั้งแรกแล้ว โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังจากอาณาจักรออตโตมันเข้าครอบครองฮังการี พริกจึงแพร่หลายไปในยุโรปตะวันออก เมื่อผสมผสานกับการค้าระหว่างพ่อค้าชาวมุสลิม และชาวเตอร์ก ซึ่งเชื่อมโยงการค้าเครื่องเทศจากอินเดีย พริกจึงค่อยย้อนเข้าไปได้รับความนิยมในยุโรปตะวันตก เช่น การแพร่หลายของพริกในการทำอาหารเกิดขึ้นในอิตาลีประมาณปี 1526 อังกฤษในปี 1528 และเยอรมนีในปี 1542 ตัวอย่างเช่น ชื่อเรียกของพริกในเยอรมนีนั้น มีการเรียกชื่อในตอนแรกว่าเป็น “Turkish pepper” “Calicut pepper” และ “Indian pepper” เป็นต้น

โปรตุเกสซึ่งเป็นผู้นำในการบุกเบิกเส้นทางการค้ากับเอเชีย จากกองเรือภายใต้การนำของ Vasco da Gama ซึ่งขึ้นบกที่เมือง Calicut ประเทศอินเดียเมื่อปี 1498 และต่อมาได้จัดตั้งศูนย์กลางการค้าที่มะละกา รวมทั้งการค้าเครื่องเทศจากหมู่เกาะโมลุกกะในอินโดนีเซีย เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพริกมาเผยแพร่ในอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี จนพริกกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารของเอเชียในที่สุด

ก่อนยุคการแผ่ขยายอิทธิพลของยุโรปมาในเอเชีย แทบไม่ปรากฎหลักฐานทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์อาหาร หรือภาษาที่ระบุถึงพริกในวัฒนธรรมของประเทศในเอเชียเลย ประวัติศาสตร์อาหารรสเผ็ดของเรา มีเครื่องเทศที่่ให้รสเผ็ดเป็นหลักได้แก่ พริกไทย ดีปลี มะแขว่น ขิง ข่า เป็นต้น พริกจึงเป็นผลิตผลของโลกาภิวัฒน์ยุคต้นๆที่เกิดการแลกเปลี่ยนพันธุ์พืชและวัฒนธรรมอาหารระหว่างทวีป

ไม่มีหลักฐานที่ระบุโดยตรงว่าพริกเข้ามาสู่สยามเมื่อใด แต่คาดการณ์ว่าพริกน่าจะเข้ามาสู่สยามหลังสมัยพระเจ้ารามาธิบดีที่ 2 ซึ่งโปรตุเกสส่งฑูตจากมะละกามาเข้าเฝ้าในปี 1511 โดยในช่วงที่มีความสัมพันธ์ทางค้าอันดีระหว่างปี 1516-1538 นั้น มีชาวโปรตุเกสมาตั้งถิ่นฐานในสยามเป็นจำนวนมาก เฉพาะที่อยุธยา บันทึกของ Fernando Mendes Pinto ระบุว่ามีชุมชนชาวโปรตุเกสมาตั้งถิ่นฐานมากถึง 300 คน จึงเชื่อว่าการปลูกพริกและวัฒนธรรมอาหารเกี่ยวกับพริกสยามได้เริ่มต้นมาตั้งแต่นั้น

อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาประมาณ 500 ปีของการนำพริกมาปลูกในดินแดนสยาม ชุมชนท้องถิ่นได้คัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์พริกที่เหมาะสมกับนิเวศเกษตรและวิถีวัฒนธรรมของตนอย่างหลากหลาย โดยแม้จะมีความหลากหลายของชนิด (species) น้อยกว่า แต่ก็มีความหลากหลายในระดับของสายพันธุ์ ( varieties) มาก

จากการศึกษา โดยสิริกุล และคณะ (2559) พบว่าสายพันธุ์พริกในประเทศไทย 224 สายพันธุ์นั้น เป็นสายพันธุ์พริกชนิด C. frutescens ประมาณ 30 สายพันธุ์ (ทั้งหมดเป็นพันธุ์พริกขี้หนูผลเล็ก ที่มีความเผ็ดสูงมากกว่า 100,000 SHU เช่น พริกขี้หนูสวน พริกกะเหรี่ยง พริกหอม พริกขาว พริกส้ม เป็นต้น) และที่เหลือ 194 เป็นพริก C. annuum

ในปี 2563 ประเทศที่ปลูกพริกมากที่สุดของโลก ได้แก่ จีน 16.7 ล้านตัน เม็กซิโก 2.8 ล้านตัน อินโดนีเซีย 2.8 ล้านตัน ตุรกี 2.6 ล้านตัน สเปน 1.5 ล้านตัน ส่วนไทยผลิตพริกได้ทั้งหมด 283,515 ตัน

พริกเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารของเราขนาดไหน อาจดูได้จากการสำรวจสุดยอดอาหารรสเผ็ดร้อนของชาติต่างๆทั่วโลก จะมีอาหารไทยติดอันดับต้นๆ 1 ใน 10 อันดับแรกเสมอ

แต่การรักษาความหลากหลายของพริก การผลิตอย่างปลอดภัย และมีผลผลิตที่ดีอย่างเพียงพอโดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นจำนวนมากจากจีน อินเดีย และพม่า ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน

น้ำพริกในจดหมายเหตุลาลูแบร์ บันทึกในปี 1687 1688 ฉบับแปลเมื่อ พศ 2457<br>โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

เอกสารประกอบการเรียบเรียง

  1. Walsh, B.M.; Hoot, S.B. (2001). “Phylogenetic Relationships of Capsicum (Solanaceae) Using DNA Sequences from Two Noncoding Regions: The Chloroplast atpB-rbcL Spacer Region and Nuclear waxy Introns”. International Journal of Plant Sciences. 162 (6): 1409–1418. doi:10.1086/323273. S2CID 3233466. Archived from the original on 12 December 2012.
  2. Katherine L. Chiou and Christine A. Hastorf (2014)A Systematic Approach to Species-Level Identification of Chile Pepper (Capsicum spp.) Seeds: Establishing the Groundwork for Tracking the Domestication and Movement of Chile Peppers through the Americas and Beyond, Economic Botany Vol. 68, No. 3, pp. 316-336 (21 pages)
  3. Carolina Carrizo García et al. (2016) Phylogenetic relationships, diversification and expansion of chili peppers (Capsicum, Solanaceae) Annals of Botany, Volume 118, Issue 1, July 2016, Pages 35–51.
  4. Kraft KH, Brown CH, Nabhan GP, Luedeling E, Luna Ruiz J, Coppens d’Eeckenbrugge G, et al. (2014). “Multiple lines of evidence for the origin of domesticated chili pepper, Capsicum annuum, in Mexico”. Proceedings of the National Academy of Sciences of the United States of America
  5. Linda Perry et al. ( 2007) Starch Fossils and the Domestication and Dispersal of Chili Peppers (Capsicum spp. L.) in the Americas ,Science, Vol 315, Issue 5814 pp. 986-988
  6. สิริกุล วะสี และคณะ ( 2559) รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมพริกพื้นเมือง เล่มที่ 1, ม.เกษตรศาสตร์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
  7. พลับพลึง คงชนะ ( 2012) The Secret of Phrik in Thai Cuisine History. International Colloquium 500 Years of Thai-Portuguese Relations. Organized by Centre for European Studies at Chulalongkorn University and lnstituto do Oriente-ISCSP-Technical University of Lisbon in collaboration with The Ministry of Foreign Affairs, Portugal The Portuguese Embassy, Bangkok. 13 March 201 2, 8-9 March 2012.