ในการประชุมระดับโลก COP15 ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2022 ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้นำเสนอโมเดลต้นแบบ Rice-Fish Culture หรือ การเลี้ยงปลาในนาข้าว ซึ่งถือเป็น “วิศวกรรมภูมิทัศน์” ที่ต่อยอดจากมรดกวัฒนธรรมเกษตรเก่าแก่ของจีนต่อผู้เข้าร่วมประชุมนานาชาติ เพื่อให้เป็นทางออกของระบบเกษตรกรรมและอาหารที่รักษาความหลากหลายทางชีวภาพและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก

โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2005 รัฐบาลจีนได้ยื่นขอจด “Rice-Fish Culture” ของมณฑลชิงเทียน จังหวัดเจ้อเจียงให้เป็นมรดกเกษตรโลก (The Globally Important Agricultural Heritage Systems – GIAHS) ต่อองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติ (FAO) ในฐานะที่เป็นระบบเกษตรผสมผสานแบบอิงอาศัยกันที่่สมบูรณ์แบบในอุดมคติ กล่าวคือ ปลาให้ปุ๋ยแก่ข้าว ควบคุมภูมิอากาศย่อยในระบบนิเวศ การแหวกว่ายของปลาช่วยเพิ่มออกซิเจน พรวนดิน กำจัดตัวอ่อนของแมลงศัตรูพืชและวัชพืช ถ่ายออกมาเป็นปุ๋ย ในขณะที่ข้าวให้ร่มเงาและสร้างอาหารให้ปลา ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจนแทบเป็นศูนย์ อีกทั้งได้อาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าสูง

มีประวัติว่า วิถีการเลี้ยงปลาในนาข้าวของจีนถูกสืบทอดมายาวนานนับ 2,000 ปี ในบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

แต่วิถีเกษตรกรรมนี้กลับไม่ได้รับการสนับสนุนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม โดยผู้ที่เลี้ยงปลาในนาข้าวซึ่งมีรายได้มากกว่าการทำนาอย่างเดียว ถูกกล่าวหาว่าเป็นการสร้างกำไรของชนชั้นกระฎุมพี

ในช่วงกลางทศวรรษ 1950 ในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม พื้นที่การเลี้ยงปลาในนาข้าวของจีนอยู่ที่ 333,333 เฮกตาร์ และค่อยๆฟื้นฟูอย่างช้าๆหลังยุคปฏิวัติวัฒนธรรม โดยในปี 2001 พื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,528,027 แฮกตาร์ และเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านแฮกตาร์ หรือ 12.5 ล้านไร่ในปี 2019

ผลการศึกษาพบว่า การเลี้ยงปลาในนาข้าวแทนที่ผลผลิตข้าวจะลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10% ในขณะที่การใช้ปุ๋ยเคมีก็น้อยลง เพราะการเลี้ยงปลาจะทำให้ข้าวได้ปุ๋ยไนโตรเจน 7.32 กิโลกรัม และฟอสฟอรัส 2.19 กิโลกรัมต่อแฮกตาร์ ในขณะที่แมลงศัตรูของข้าวก็ลดลงด้วย โดยจำนวนหนอนเจาะลำต้น หนอนกินใบ และเพลี้ยกระโดดลดลงเหลือเพียงเฉลี่ย 29.17%, 50% และ 56% ตามลำดับเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกข้าวเชิงเดี่ยวทั่วไป

Pictures from Qingtian Media Group CCTV

ปัจจุบันรัฐบาลจีนกำลังฟื้นฟูและส่งเสริมการเลี้ยงปลาในนาข้าวเพื่อเป็นทางออกของการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ลดการปล่อยแกสเรือนกระจก และรับมือจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

รัฐบาลจีนยังได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อส่งเสริมระบบการเลี้ยงปลาในนาข้าวในหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกา โดยที่ไนจีเรียนั้นรัฐบาลจีนระบุว่าทำให้ผลผลิตข้าวและปลานิลเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า ซึ่งนอกจากลดความยากจนในพื้นที่ชนบท แล้วยังสร้างอาหารคุณภาพสูงให้กับประชาชนที่นั่นด้วย

เทศมณฑลชิงเทียน ในเจ้อเจียง โดยการสนับสนุนของรัฐบาลกลาง ยังได้จัดตั้งสถานีคุ้มครองแหล่งพันธุกรรมปลาในทุ่งข้าว พัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับระบบการปลูกร่วมกับการเลี้ยงปลา การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเก็บข้อมูลด้านนิเวศเกษตร และข้อมูลพื้นฐานต่างๆ เพื่อฟื้นฟูและสร้างชีวิตชีวาให้กับมรดกวัฒนธรรมเกษตรกรนี้ไปพร้อมๆกับการเดินหน้ายุทธศาสตร์ “Belt and Road” โดยอาศัยร้านอาหารจีนในต่างประเทศมากกว่า 20,000 แห่ง รองรับการขยายตัวของการผลิตข้าวและปลาคุณภาพสูง โดยการเสิร์ฟข้าว ปลา และผลิตภัณฑ์แปรรูปของผลผลิตที่มาจากเกษตรเชิงนิเวศของเจ้อเจียงออกไปทั่วโลก เชื้อเชิญให้ผู้คนมาเยี่ยมเยือนวัฒนธรรมเกษตรของจีนให้โลกได้รับรู้

บทความประกอบ :

  • Rice-Fish Culture System In China – a unique agro-culture practice in tropical and subtropical China by Beatrice Mai (2023)
  • China Greets the World with Rice-Fish Symbiosis by Hangzhou Chemins Sensor Tech (2023)
  • The time is ripe for rice-fish culture by Rob Fletcher (2019)
  • Rice-Fish Culture in China by Fang Xiuzhen
  • Freshwater Fisheries Research Centre (2003)