เกษตรกรรมขั้นสูงสุดคือการสร้างสมดุลปล่อยให้ธรรมชาติได้ทำงาน

การฉีดพ่น “ฆ่าแมลงศัตรูพืช” แต่ละครั้ง ทำลายแมลงตัวห้ำตัวเบียนไปพร้อมๆกัน ทั้งๆที่แมลงตัวห้ำเพียงตัวเดียว ตัวอย่างเช่น ไรตัวห้ำตัวเล็กๆแทบมองไม่เห็น 1 ตัว สามารถควบคุมตัวอ่อนของแมลงศัตรูพืชได้ 13 ตัวต่อวัน หรือ 150 ตัวตลอดอายุขัย ในขณะที่แมลงช้างปีกใส สามารถกินเพลี้ยอ่อนและเพลี้ยแป้งได้มากถึง 50 ตัวต่อวัน หรือมากถึง 1,900 ตัว ตลอดช่วงชีวิตของมัน

ศัตรูธรรมชาติของแมลงศัตรูพืชนั้น มีอยู่ 2 ประเภทได้แก่

1) แมลงตัวห้ำ (Predator) เป็นแมลงที่ทำให้แมลงศัตรูพืชด้วยด้วยการกัดกิน ดูดกิน โดยมักมีขนาดใหญ่กว่าศัตรูพืชหรือมีอวัยวะพิเศษสำหรับจับเหยื่อ

2) ตัวเบียน (Parasite) เป็นสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ศัตรูพืชตายด้วยการเบียดเบียน กินอาหาร อยู่อาศัย และขยายพันธุ์ภายในตัวศัตรูพืชหรือบนตัวศัตรูพืช มักมีขนาดเล็กกว่าศัตรูพืช การทำลายมักเฉพาะเจาะจงต่อชนิดศัตรูพืช

แมลงตัวห้ำตัวเบียน คือตัวอย่างของแมลงตัวห้ำตัวเบียนที่ถูกคัดเลือกและนำมาใช้ประโยชน์แล้วโดยทั่วไปในประเทศไทย

วิถีเกษตรกรรมในอนาคต ควรเป็นเกษตรกรรมที่ฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศ เอื้ออำนวยให้แมลงควบคุมแมลงด้วยกันเอง เห็นความสำคัญและการดำรงอยู่อย่างหลากหลายของแมลง มากกว่าปริมาณสารเคมีที่ฉีดพ่นทำลายระบบนิเวศ