โดยดัชนีราคาอาหารตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมามีราคาสูง 25% ของปีก่อน และสูงขึ้น 27% ของค่าเฉลี่ย 5 ปีก่อนหน้านี้ โดยราคาน้ำมันพืช น้ำตาล ธัญพืช มีราคาสูงขึ้น 62% 35% และ 24% ตามลำดับ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอดีตแล้วราคาอาหารเพิ่มสูงสุดในรอบ 10 ปีทีเดียว

อย่างไรก็ตามน่าสนใจที่ราคาเนื้อสัตว์ในระดับค่าเฉลี่ยทั่วโลก เช่น ในยุโรป และลาตินอเมริกา กลับไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น ยกเว้นบางประเทศเช่น ในประเทศไทย และสหรัฐอเมริกา

ในระหว่างประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ประธานาธิบดีไบเดนและคณะบริหารของทำเนียบขาวชี้ว่า ราคาเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อหมูที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐนั้น เกิดขึ้นจากการรวมศูนย์ของอุตสาหกรรมอาหาร โดยเขาชี้ให้เห็นว่าในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่อยู่ในมือของบริษัทยักษ์ใหญ่ 3-4 บริษัทนั้น เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เคยได้ส่วนแบ่ง 40-50 เซ็นต์ต่อหนึ่งดอลลาร์ของราคาเนื้อสัตว์ แต่ปัจจุบันกลับได้รับส่วนแบ่งเพียง 19 เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ในสหรัฐกลับกอบโกยผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 300% ในช่วงวิกฤตโรคระบาด

เช่นเดียวกับในประเทศไทย ราคาหมูแพงกลับไม่ใช่เวลาที่เกษตรกรรายย่อยจะได้กำไร เพราะพวกเขาจำนวนมากสูญเสียอาชีพจากโรคระบาด และหนี้สินพอกพูน และการลงทุนส่วนใหญ่ 60-70% เป็นค่าอาหารสัตว์

เช่นเดียวกับเกษตรกรที่ปลูกพืช ในขณะที่ราคาธัญพืชในระดับโลกเฉลี่ยสูงขึ้น แต่ชาวนาซึ่งมีจำนวนครึ่งหนึ่งของเกษตรกรกลับขายข้าวในราคาตกต่ำ เกษตรกรกลุ่มอื่นที่ราคาผลผลิตมีราคาดีกว่า เช่น ปาล์ม อ้อย ไม้ผล ข้าวโพด แต่ปรากฎว่าราคาปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยและสารเคมี กลับมีราคาสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ราคาอาหารที่สูงขึ้นนอกจากประชาชนทุกคนในฐานะผู้บริโภคจะได้ประสบกับชะตากรรมต้อนรับศักราชใหม่ และเกษตรกรรายย่อยจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว แต่ปรากฎการณ์นี้กลับเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารและบริษัทขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตอาหาร เหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา

อ้างอิง

White House focuses on meat supply chain challenges
https://www.farmprogress.com/…/white-house-focuses-meat…

Analysis: Global farmers facing fertiliser sticker shock may cut use, raising food security risks
https://www.reuters.com/…/global-farmers-facing…/

Inflation: Global food prices hit fresh 10-year high, UN says
https://www.bbc.com/news/business-59172665

ที่มา : BIOTHAI Facebook