การนำเข้าหมูเถื่อน สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยมากที่สุด เนื่องจากต้องพึ่งพาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งยังต้องพึ่งพาตลาดจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ทั้งนี้รวมทั้งเกษตรกรที่อยู่ในระบบเกษตรพันธสัญญา

ดูจากโครงสร้างการเลี้ยงหมูของประเทศไทย จะเห็นว่าเกษตรกรรายย่อยซึ่งมีจำนวนหมูขุนประมาณ 21% ของตลาด (เลี้ยงหมูไม่เกิน 100 ตัว) แต่ครอบคลุมจำนวนเกษตรกรกว่า 170,000 ราย และรวมถึงเกษตรกรรายเล็ก เลี้ยงหมู 101-1,000 ตัว (ประมาณ 5,500 ราย) ซึ่งมีส่วนแบ่งหมูขุน 17% ของตลาด จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

ในขณะที่ผู้เลี้ยงรายกลางซึ่งจำนวนหนึ่งมีการจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์เอง มีสายป่านยาวกว่า ได้รับผลกระทบน้อยกว่า

แผนภาพนี้ทำขึ้นจากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ก่อนการระบาด ASF ปัจจุบันสัดส่วนของฟาร์มรายย่อยอาจน้อยกว่านี้มาก

วิกฤตหมูเถื่อนจะทำให้ฟาร์มขนาดย่อยและเล็กจะหายไปยิ่งกว่านี้

ข้อมูลจากข่าวเรื่อง การนำเข้าหมูเถื่อนที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหาร