กลุ่มผู้สนับสนุนจีเอ็มโอมักกล่าวอ้างว่าพืชจีเอ็มคืออนาคตของการผลิตทางการเกษตรและอาหาร โดยนำเอากราฟการเพิ่มขึ้นของพืชจีเอ็มซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งมีการปลูกเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1996 มาเป็นเหตุผลสนับสนุน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงอัตราการเพิ่มของพืชจีเอ็มเริ่มลดลงมาโดยตลอดในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา และในปี 2015 ที่ผ่านมาพื้นที่ปลูกพืชจีเอ็มของโลกได้ลดลงเป็นครั้งแรก

กลุ่มผู้สนับสนุนจีเอ็มโออ้างว่าเหตุผลที่พื้นที่ปลูกพืชจีเอ็มลดลงเพราะราคาผลผลิตทางการเกษตรไม่จูงใจ และพื้นที่ปลูกถึงจุดอิ่มตัวแล้ว โดยไม่ยอมรับว่าความล้มเหลวของจีเอ็มโอเกิดขึ้นจากข้อจำกัดและปัญหาของพืชจีเอ็มเอง เนื่องจากรายงานของรัฐบาลสหรัฐเองพบว่าผลผลิตพืชจีเอ็มก็มิได้แตกต่างจากพืชทั่วไป ผลข้างเคียงของการปลูกพืชจีเอ็มที่ทำให้เกิดการใช้สารไกลโฟเสทหลายเท่าตัว(ซึ่งต่อมาองค์กรอนามัยโลกพบว่าเป็นสารที่น่าจะก่อมะเร็ง) การผูกขาด กระแสการต่อต้านและความไม่แน่ใจเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวในหมู่ผู้บริโภค รวมทั้งอเมริกันชนเอง

ปัจจุบันพื้นที่ปลูกจีเอ็มโอ 90% ของโลกกระจุกตัวอยู่ใน 5 ประเทศคือ สหรัฐ บราซิล อาร์เจนตินา แคนาดา และอินเดีย (อนุญาตเฉพาะการปลูกฝ้าย)เท่านั้น ในขณะที่มีประเทศต่างๆทั่วโลกรวม 38 ประเทศที่ประกาศแบนการปลูกอย่างเป็นทางการ

มูลค่าเมล็ดพันธุ์จีเอ็มลดลงจากมูลค่า 15.7 พันล้านเหรียญในปี 2014 เหลือเพียง 15.3 พันล้านเหรียญในปี 2015 มูลค่าหุ้นของบริษัทมอนซานโต้ยักษ์ใหญ่ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์จีเอ็มมีมูลค่าลดลงถึง 34% ในปีที่ผ่านมา เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดความพยายามในการควบรวมกิจการระหว่างยักษ์ใหญ่เมล็ดพันธุ์ของสหรัฐกับไบเออร์บริษัทยักษ์ใหญ่สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเยอรมนีเพื่อลดความเสี่ยง และสร้างอำนาจทางการตลาด-การเมืองในการผลักดันตลาดเมล็ดพันธุ์และสารเคมีของบรรษัทให้ขยายตัวต่อไป

รายงานของนิวยอร์คไทม์เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ระบุว่า ขณะนี้รัฐเวอร์มอนต์ในสหรัฐได้เริ่มบังคับติดฉลากจีเอ็มโอแล้ว แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือยักษ์ใหญ่ด้านอาหารของสหรัฐ เช่น Campbell, General Mills และ Mars ได้แถลงว่าบริษัทจะเริ่มต้นติดฉลากเพื่อแจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์ของตนที่วางจำหน่ายทั่วสหรัฐมีวัตถุดิบจีเอ็มเป็นส่วนประกอบหรือไม่

ในขณะที่อนาคตของพืชจีเอ็มกำลังตกต่ำ สวนทางกับการผลิตและการตลาดของพืชอินทรีย์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหลายประเทศทั่วโลก แต่มอนซานโต้กำลังผลักดันอย่างหนักเพื่อให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำกรอบและแนวทางเพื่ออนุญาตให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโออีกครั้ง หลังจากร่างกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพเพื่อเปิดทางให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอถูกคัดค้านจากประชาชนจนนายกรัฐมนตรีต้องประกาศถอยไม่เสนอกฎหมายนี้เข้าไปสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อปลายปีที่แล้ว

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่

Monsanto earnings fall 34% after a year of global protests TheGuardian

ที่มา: BIOTHAI Facebook