ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ร่วมค้านเปิดทางนายทุนต่างชาติทำนาไทย

ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ปูชนียบุคคลด้านการเกษตร สนับสนุนนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ต้านทุนนอก เชื่อมีความกล้าหาญทางจริยธรรมมากกว่านักการเมืองหลายคน องค์กรประชาชนยังไม่วางใจจับตาใกล้ชิด เตรียมจัดเวทีชำแหละนายทุนย่ำยีชาวนาไทย

หลังจากมีกระแสข่าวว่านักการเมืองจากพรรคพลังประชาชน เช่น นายธีรชัย แสงแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ว่าเป็นพวกกระต่ายตื่นตูม มีความคิดในแง่ร้าย ไม่มีสมอง สร้างความหวาดระแวง กรณีที่นายสมศักดิ์ออกมาต่อต้านการเข้ามาลงทุนของกลุ่มนักลงทุนจากตะวันออกกลางตามคำชักชวนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น

ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ราษฎรอาวุโส และปูชณียาจารย์ด้านการเกษตรได้แถลงว่า ?ขอสนับสนุนและขอให้กำลังใจนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เท่าที่ติดตามบทบาทของนายสมศักดิ์มา เห็นว่าเป็นนักการเมืองที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมมากกว่านักการเมืองหลายคนที่เห็นวัตถุเป็นเรื่องสำคัญกว่าชาติกว่าแผ่นดิน เชื่อว่ามีคนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่พร้อมจะให้กำลังใจนายสมศักดิ์ในฐานะที่ออกมาต่อต้านนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาแย่งชิงอาชีพ และเข้ามาทำลายวัฒนธรรมของไทย?

?นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีนักลงทุนต่างชาติต้องการจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ก่อนหน้านี้นักลงทุนจากไต้หวันได้ร่วมมือกับนักการเมืองไทยบางคนจะเข้ามาลงทุนในกิจการกล้วยไม้ในประเทศไทยโดยอ้างว่าจะนำเทคโนโลยีจากต่างชาติมาเผยแพร่เหมือนกัน ถามว่าเทคโนโลยีจากต่างชาติหรือจะสู้เทคโนโลยีที่มาจากรากฐานผืนแผ่นดินของเราเอง พวกเราเติบโตมาได้ไม่ใช่มาจากพ่อแม่ที่เป็นชาวไร่ชาวนาหรอกหรือ ? พวกเราส่งออกข้าว ส่งออกกล้วยไม้ ไม่ได้มาจากเทคโนโลยีจากผืนแผ่นดินของเราเองหรอกหรือ ??

?การทำศึกสงครามในสมัยอดีต เขาจะส่งคนเข้ามาทำนาเอาไว้เป็นการล่วงหน้า จากนั้นค่อยยกทัพใหญ่เข้ามายึดครองประเทศอื่น นักการเมืองเหล่านี้เห็นเงินตาโต โดยเอาชาวนาเอาแผ่นดินไปแลก ปล่อยให้ต่างชาติมายึดครองประเทศตนเอง ต้องดูเจตนาของคนเหล่านี้ให้ดี เพราะตอนแรกบอกว่าจะมาเช่าที่นา มาทำนาร่วมกับชาวนาไทย และเมื่อมีคนค้านมากๆ ก็ออกมาบอกว่าจะนำนักลงทุนมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยี เรื่องนี้ก็ฟังไม่ขึ้น คนไทยทุกคนที่รักผืนแผ่นดินต้องร่วมกันคัดค้านให้ถึงที่สุด เพราะเขามีกลวิธีที่จะนำต่างชาติเข้ามาในรูปแบบอื่นๆอีกก็ได้? ศาสตราจารย์ระพีกล่าว

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย หนึ่งในแกนนำขององค์กรภาคประชาชนที่คัดค้านการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนเกี่ยวกับการทำนา ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ภาคประชาชนไม่อาจวางใจนักการเมืองและกลุ่มทุนต่างชาติกลุ่มนี้ได้ เพราะจากคำให้สัมภาษณ์ล่าสุดของผู้ที่เกี่ยวข้องก็ยืนยันว่า นักลงทุนเหล่านี้จะนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาช่วยพัฒนาประเทศไทย น่าสงสัยว่าจะนำเข้ามาในรูปแบบใดถ้าไม่ใช่การลงทุนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และเทคโนโลยีที่ว่านั้นจะเป็นเทคโนโลยีแบบใด เพราะนักลงทุนกลุ่มนี้มิได้มีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง ที่เป็นไปได้มากที่สุดคือต้องร่วมกับกลุ่มทุนอื่น และเทคโนโลยีในการผลิตข้าวที่ว่า อาจจะเป็นการนำข้าวลูกผสม หรือข้าวจีเอ็มโอ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็จะเกิดผลกระทบตามมามากมายต่อเกษตรกรและกระบวนการผลิตการค้าข้าวทั้งหมดของไทย

"องค์กรภาคประชาชนจะจับตาการเคลื่อนไหวกลุ่มทุนต่างชาติ บริษัทยักษ์ใหญ่การเกษตร และกลุ่มนักการเมืองกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป เชื่อว่าอาจจะมีการหลบเลี่ยงไปใช้ช่องว่างในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งเปิดช่องให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการทำนาได้ ดังตัวอย่างเช่น เคยประสบผลสำเร็จนำบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาปลูกข้าวพันธุ์จาปอนิก้า โดยอนุญาตให้บริษัทญี่ปุ่นเข้ามาตั้งโรงงานผลิตข้าวแปรรูป และมีการทำนาปลูกข้าวญี่ปุ่นในประเทศไทย หรือกรณีมีความพยายามที่จะนำนักลงทุนไต้หวันเข้ามาลงทุนและผลิตกล้วยไม้ในประเทศไทย ภายใต้ความช่วยเหลือของนักการเมืองบางกลุ่ม แต่ถูกกระแสต่อต้านจนต้องถอนตัวไปในที่สุด? นายวิฑูรย์ กล่าว

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถีหรือไบโอไทย หนึ่งในแกนนำขององค์กรภาคประชาชนที่คัดค้านการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากเครือข่ายเกษตรกรและเครือข่ายภาคประชาชนจะจัดประชุมใหญ่ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 เพื่อกำหนดการเคลื่อนไหวใหญ่ร่วมกันแล้ว ในวันที่ 3 มิถุนายน 2551 องค์กรต่างๆ หลายองค์กร เช่น มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย) มูลนิธิชีววิถี(ไบโอไทย) มูลนิธิข้าวขวัญ มูลนิธิผู้บริโภค เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก และกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch) เป็นต้น จะจัดการเสวนาเรื่อง ?ข้าวคือชีวิต หยุดย่ำยีชาวนาไทย? โดยจะมีปาฐกถานำโดย ศ.ระพี สาคริก และการอภิปรายซึ่งมีวิทยากรประกอบด้วย รศ.ดร.วิวัฒน์ชัย อัตถากร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร, คุณชนวน รัตนวราหะ อดีตรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร, คุณเดชา ศิริภัทร ผู้อำนวยการมูลนิธิข้าวขวัญ, คุณบำรุง บุญปัญญา นักพัฒนาอาวุโส, คุณกิมอัง พงษ์นารายณ์ ตัวแทนสภาเครือข่ายองค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย, คุณวิลิต เตชะไพบูลย์ ตัวแทนเครือข่ายชาวนาจังหวัดเพชรบุรี, คุณสารี อ๋องสมหวัง ผู้อำนวยการมูลนิธิผู้บริโภค, คุณจักรชัย โฉมทองดี กลุ่ม FTA Watch, คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และดำเนินรายการโดย คุณสายรุ้ง ทองปลอน ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ทั้งนี้โดยจัดขึ้นในวันอังคารที่ 3 มิถุนายน 2551 เวลา 13.30-16.30 น. ณ เคยูโฮม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เนื้อหา: