ถ้า "ซีพี" ซื้อ "เทสโก้โลตัส"

ข่าวเทสโก้ (Tesco)  ดิสเคาท์สโตร์ยักษ์ใหญ่ของอังกฤษเตรียมประกาศขายกิจการในประเทศไทยและมาเลเซีย หลังจากทยอยขายกิจการนี้ในจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นแล้ว ทำให้คาดการณ์ว่าเครือซีพียักษ์ใหญ่ในระบบเกษตร อาหาร ค้าปลีกของไทยจะเป็นหนึ่งในตัวเก็งที่เข้าซื้อกิจการ
 
หากการซื้อกิจการเกิดขึ้นจริง ซีพีจะกลายเป็นมหาอำนาจค้าปลีกและครอบครองส่วนโมเดิร์นเทรดไปมากถึง 75% ! 
 
ห่วงโซ่ของระบบเกษตรและอาหารของไทยจะยิ่งรวมศูนย์มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าสินค้าในดิสเคาท์สโตร์ส่วนใหญ่นั้นมากกว่า 65-80% เป็นสินค้าอาหาร
 
น่าสงสัยว่า พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 จะสามารถนำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดในกิจการโมเดิร์นเทรดในประเทศไทยได้หรือไม่
 
ทั้งนี้หากมีการซื้อกิจการจริงจะถือว่าเป็นการ “ควบรวมกิจการ” (M&A) ซึ่งภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ ซีพีต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการ  เพื่อพิจารณาว่าการควบรวมมีผลให้เกิดการผูกขาด ครอบงำตลาดหรือไม่ โดยกฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับเก่าระบุเพียงแค่แจ้งให้กรรมการทราบก่อนเท่านั้น
 
บทบัญญัติในมาตรา 51 ระบุว่า 
 
"ผู้ประกอบธุรกิจที่กระทำการรวมธุรกิจอันอาจก่อให้เกิดการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญในตลาดใดตลาดหนึ่งซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ต้องแจ้งผลการรวมธุรกิจต่อคณะกรรมการภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รวมธุรกิจ
 
ผู้ประกอบธุรกิจที่จะกระทำการรวมธุรกิจอันอาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือการเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ" 
 
และความหมายของ“ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด” ตามกฎหมายหมายความว่า "ผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งหรือหลายรายในตลาดใดตลาดหนึ่ง ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายเกินกว่าเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยให้นำปัจจัยสภาพการแข่งขันของตลาดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง แล้วแต่กรณี มาประกอบการพิจารณา"
 
ดูจากนิยาม ดูจากคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ดูจากผู้นำรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี คิดว่าจะหยุดซีพีได้หรือไม่ ?
 
ลิงค์ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า
 
คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า
เนื้อหา: