แนะผู้ติดเชื้อกินฟ้าทะลายโจรตั้งแต่ไม่มีอาการ ถึง มีอาการน้อย

จากการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ (ระลอกเดือนเมษายน 2564) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดทำการวิจัยทั้งในส่วนของ retrospective cohort study การวิจัยซึ่งข้อมูลที่ได้รับมาจาก retrospective cohort study ในช่วงแรก ๆ จะพบว่ามีการใช้ฟ้าฯทั้งในรูปแบบผงยา และรูปแบบสารสกัด ในทัณฑสถาน (เรือนจำ ส่วนใหญ่เป็นยาที่ได้รับมาจากการบริจาค ต่อมาในเดือนเมษายน 2564 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการกระจายสารสกัดฟ้าฯที่ควบคุมสารแอนโดรกราโฟไลด์ (สารสกัดหยาบ หรือ สารสกัดรวม : crude extract) ไปยังหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อให้ใช้เป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการน้อย ซึ่งพบว่ามีการใช้ในโรงพยาบาลสนาม จังหวัดเชียงใหม่ อุดรธานี นนทบุรี เพชรบุรี บุรีรัมย์ และปทุมธานี และในกรุงเทพ ได้แก่ โรงพยาบาลบุษราคัม สนามกีฬามินิบุตร กรมราชทัณฑสถาน และโรงพยาบาลสนามจุฬาลงกรณ์ เป็นต้น

ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องตัน ที่ได้รับจากรายงานแบบ online จำนวน 1,665 ราย พบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะปอดบวม จะพบว่ามีการใช้ฟ้าฯค่อนข้างล่าช้า (ช้ากว่า 72 ชม.) และจากข้อมูลดังกล่าวพบว่า ผู้ป่วยมีที่อาการปอดบวม ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคคอพอกเป็นพิษ (Grave disease) และผู้ป่วยที่มีภาวะโปแทสเชียมในเลือดต่ำร่วมด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลุ่ม เสี่ยงต่อการเกิดอาการหนักได้

ข้อมูลจากวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มที่ไม่มีอาการในช่วงแรกสามารถมีอาการแย่ลง และมีภาวะปอดบวมสูงกว่าการระบาดในช่วงระลอกแรก ๆ ดังนั้น จึงมีการสื่อสารเพิ่มว่าฟ้าทะลายโจร ควรมีการให้ในผู้ป่วยทั้งที่มีอาการน้อย และไม่มีอาการ โดยขนาดยาสารสกัดฟ้าฯที่ให้คือ 180 มก/วัน แบ่งให้ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน และเย็น ติดต่อกัน 5 วัน

ที่มา
- เอกสารประกอบการเสวนาวิชาการฟ้าฯสมุนไพรไทยในวิกฤต COVID-19 ดาวน์โหลดได้ที่ https://www.dtam.moph.go.th/index.php/th/download/7080-dl0113.html
- การสำรวจการใช้ฟ้าฯ ในผู้ป่วย COVID-19 นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการกองการแพทย์ทางเลือก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

เนื้อหา: