หลังการเลือกตั้ง 2566 ซึ่งพรรคก้าวไกล เพื่อไทย ได้นำเสนอนโยบายเพิ่มงบสนับสนุนอาหารกลางวันโรงเรียนจาก 22 บาท เป็น 30 บาท และ 20% ตามลำดับ รวมทั้งขยายอาหารกลางวันจากระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา ซึ่งคาดว่างบประมาณการสนับสนุนด้านโภชนาการของเด็กและนักเรียนจะเพิ่มขึ้นจาก 28,000 ล้านบาท เป็น 56,000 ล้านบาทโดยประมาณนั้น

เครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์คาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา และครัวใบโหนด องค์กรสมาชิกสำคัญของเครือข่ายความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งมีสมาชิกรวมกันนับหมื่นราย ได้ร่วมกับโรงเรียนต่างๆในคาบสมุทรสทิงพระ 30 โรงเรียน และมีจำนวนนักเรียนรวมกันกว่า 3,600 คน เตรียมขับเคลื่อนโครงการนำร่องสร้างความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยอาหารอินทรีย์

โดยเงื่อนไขทางนโยบายที่ปรับเพิ่มงบประมาณต่อหัวที่สนับสนุนนักเรียนซึ่งเพิ่มเป็น 30 บาท/คน/วัน จะเอื้ออำนวยให้ให้การดำเนินการจัดหาวัตถุดิบอินทรีย์ อาหารท้องถิ่นที่มีคุณภาพ และหลากหลาย เป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยครัวใบโหนด ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ฯ เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารในพื้นที่มายาวนานกว่า 15 ปี จะทำหน้าที่ในการรวบรวมและส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตวัตถุดิบอาหารอินทรีย์และอาหารท้องถิ่นที่หลากหลายป้อนสู่ครัวโรงเรียนต่างๆ โดยคาดว่าจะทำให้เกษตรกรที่ผลิตแบบอินทรีย์อยู่แล้ว 115 ครอบครัว ขยายออกไปเป็น 500 ครอบครัว พร้อมทั้งสร้างงานใหม่ๆให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น

โดยครัวใบโหนดจะฟื้นฟูตลาดเขียวในท้องถิ่นให้เกิดขึ้น เพื่อรวบรวมผลผลิตและจัดจำหน่ายให้แก่ทั้งโรงเรียนและผู้บริโภคในท้องถิ่นไปพร้อมๆกัน

งบประมาณ 22 ล้านบาทต่อปี ซึ่งใช้สำหรับสนับสนุนการจัดทำอาหารให้เด็กนักเรียนกว่า 700,000 จาน ไม่เพียงแต่ทำให้เด็กๆได้อาหารที่ดี หลากหลาย และปลอดภัยเท่านั้น จะย้อนกลับไปสู่การฟื้นฟูฐานทรัพยากรอาหาร ปรับเปลี่ยนการผลิตเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่เกษตรกรรมเชิงนิเวศ และสร้างระบบเศรษฐกิจอาหารท้องถิ่นที่เข้มแข็งไปพร้อมๆกันด้วย

จากการประชุมล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา เครือข่ายชุมชนฯและโรงเรียนทั้ง 30 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะจัดงานเปิดตัวกิจกรรมดังกล่าวในช่วงกลางเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ในงาน “ผักพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง” ณ ครัวใบโหนด อ.สิงหนคร จ.สงขลา โดยมีองค์กรบริหารในท้องถิ่น ภาคประชาสังคม องค์กรและเครือข่ายด้านเกษตรกรรมยั่งยืนและส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้งประชาชนในท้องถิ่นเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน

โดยในงานจะมีการประกวดอาหารถาดหลุมจากโรงเรียนในคาบสมุทร เพื่อให้ได้เมนูอาหารท้องถิ่นที่ทั้งอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ ปลอดภัย และสวยงาม เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดการอาหารโรงเรียนในพื้นที่ต่อไป

และหากจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ เครือข่ายชุมชนฯและเครือข่ายโรงเรียนจะเชิญตัวแทนของรัฐบาลที่กำกับดูแลด้านการศึกษา และการกระจายอำนาจ เข้าร่วมในงานดังกล่าวด้วย เพื่อผลักดันให้นโยบายอาหารโรงเรียนของรัฐบาล ควรมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น และปรับเปลี่ยนการผลิตเกษตรและอาหารที่คำนึงถึงสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย

และแม้จะมีปัญหาอุปสรรคจากการผลักดันนโยบายของรัฐบาล เช่น การเพิ่มงบประมาณอาหารกลางวันตามนโยบายที่เคยประกาศไว้ แต่เครือข่ายจะยังคงเดินหน้าโครงการนำร่องนี้ต่อไป โดยที่ผ่านมาเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์ฯและครัวใบโหนดได้ให้การสนับสนุนเงินทุนและวัตถุดิบแก่โรงเรียนต่างๆมาเป็นลำดับ

ที่มา